• banner01
  • banner02
  • banner03
  • banner04

แนวปฏิบัติที่ดี

แนวปฏิบัติที่ดีของสถาบันภาษา

1 โครงการ English Fun Fair
หลักการ/ความเป็นมา
            English Fun Fairเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารโดยสถาบันภาษาได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2549 รวมเป็นเวลา 8 ปี และได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากนักศึกษาในเรื่องการได้รับโอกาสแสดงความสามารถด้านภาษาและความสามารถแขนงต่างๆ ทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ อีกทั้ง นักศึกษายังได้รับความสนุกจากการเข้าร่วมกิจกรรม ส่งผลให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมากในการเรียนภาษา กล่าวคือ ผู้เรียนภาษาควรมีแรงกระตุ้นจากภายใน (Intrinsic Motivation) ซึ่งสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้เรียนที่พึ่งพาตนเองได้ (Autonomous Learner)
 
เป้าหมายของการดำเนินงาน

1.      เพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถทางภาษาอังกฤษและความคิดสร้างสรรค์

2.      เพื่อให้นักศึกษาสนุกกับภาษาอังกฤษและเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษา

3.      เพื่อพัฒนาทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

4.      เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลมาจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ

5.      เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์

6.      เพื่อประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของสถาบันภาษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ

กระบวนการ/ขั้นตอน

          นักศึกษาทุกคนที่ลงเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษจะเข้าร่วมทำกิจกรรม English Fun Fair ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา มีค่าเท่ากับ 10 คะแนน โดยกิจกรรมหลักในโครงการ English Fun Fair แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1) การแสดงบนเวทีและการแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษ

อาจารย์ผู้สอนจะคัดเลือกนักศึกษาในกลุ่มที่ตนเองสอนเพื่อมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดการแสดงที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการแสดง ซึ่งอาจารย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำและดูแลนักศึกษาในการเตรียมการแสดงและการใช้ภาษาอังกฤษ โดยสามารถจำแนกการแสดงบนเวทีออกเป็น 2 ชนิด คือ

การแข่งขันทักษะและการประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น

Spelling BeeContest

Musical Play Contest

Voice-Over Contest

Funny Ad Contest

BU Got Talent

ImpromptuSpeaking Contest    

การแสดงตามความถนัดและความสนใจ อาทิเช่น การแสดงละคร การร้องเพลง และการแสดงมายากล เป็นต้น

2) เกมภาษาอังกฤษ

อาจารย์ผู้สอนจะมอบหมายนักศึกษาในกลุ่มที่ตนเองสอนรับผิดชอบการจัดบูทเกมภาษาอังกฤษ ซึ่งนักศึกษาจะได้ทบทวนความรู้ภาษาอังกฤษและใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเกม โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้เล่นได้รับความรู้ภาษาอังกฤษและความเพลิดเพลิน

3) การจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม

อาจารย์ผู้สอนจะมอบหมายให้นักศึกษาในกลุ่มที่ตนเองสอนรับผิดชอบการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งนักศึกษาจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการจัดทำเมนู ป้ายร้าน รวมถึงสนทนากับผู้ซื้อด้วย โดยจะมีอาจารย์ต่างชาติเป็นผู้ให้คะแนนการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา

นอกจากนี้ สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้เป็นผู้จัดกิจกรรมใดๆตามที่กล่าวมาข้างต้น จะเข้าร่วมเล่นเกมตามความสนใจ และนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ หรือ/และประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมกิจกรรมต่างๆ มาเขียนสะท้อนความคิด (Reflection) เป็นภาษาอังกฤษตามที่กำหนดในแต่ละรายวิชา พร้อมแนบ Passport การเล่นเกมเป็นหลักฐานการเข้าร่วมงาน และส่งให้กับอาจารย์ผู้สอนใช้ในการประเมินผลจากการมีส่วนร่วมและจากความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากวันงานเสร็จสิ้น

การให้คะแนนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ English Fun Fair

หลักการให้คะแนนจะแบ่งออกเป็นสองแบบ ดังต่อไปนี้

นักศึกษาที่เป็นผู้จัดกิจกรรม

(จัดการแสดง/เกม/ขายอาหารและเครื่องดื่ม)

นักศึกษาที่เป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรม

จัดกิจกรรม 5 คะแนน เขียนเรียงความ 5 คะแนน

เล่นเกม (อย่างน้อย 3 เกม)

5 คะแนน เล่นเกม (อย่างน้อย 5 เกม) 5 คะแนน
รวม 10 คะแนน รวม 10 คะแนน

 

ผลประโยชน์ที่ได้รับ

        จากผลการประเมินโครงการในปีการศึกษา 2556 พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,384 คน ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้นในระดับปานกลางถึงมาก และร้อยละ 57 ตอบว่าตนเองรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้ในระดับปานกลางถึงมากเช่นเดียวกัน

ความโดดเด่นของการนำไปขยายผลกับหน่วยงานอื่น

        งาน English Fun Fair มีความโดดเด่นในด้านระบบการจัดการในการดำเนินโครงการที่มีนักศึกษาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ประมาณ 5,000-6,000 คน ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษที่เปิดสอนในภาคการศึกษาที่ 2 ทุกรายวิชารวมทั้งการบริหารจัดการให้อาจารย์ทั้งหมดของสถาบันภาษา จำนวน 50 คน มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดำเนินโครงการ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้

1.       ผู้บริหารสถาบันภาษาวางแผนการดำเนินการโดยนำผลการประเมินโครงการและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทบทวนการปฏิบัติ (AAR)ในปีการศึกษาที่ผ่านมาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง            การทำงาน

2.       กำหนดผู้รับผิดชอบในการจัดงาน โดยให้อาจารย์ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการ โดยเปิดโอกาสให้อาจารย์ได้เลือกทำงานในแต่ละส่วน เช่น การบริหารจัดการ ด้านการ            เงิน ด้านการจัดการแสดงบนเวที การจัดบูธเกม การจัดการแข่งขัน การประชาสัมพันธ์ การประเมินผล เป็นต้น

3.       หัวหน้าโครงการจัดทำแผนปฏิบัติการ และประมาณการในการใช้งบประมาณ

4.       หัวหน้าโครงการนัดประชุมคณะทำงานฝ่ายต่างๆ เพื่อถ่ายทอดแผนปฏิบัติการ

5.       อาจารย์ทุกคนประชาสัมพันธ์โครงการให้นักศึกษาที่ตนเองสอนได้รับทราบรายละเอียดของงาน และรับสมัครนักศึกษาที่ต้องการร่วมเป็นstaff ดำเนินงาน แสดงบนเวที จัดบูธเกม                    จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม และร่วมแข่งขันทักษะทางภาษา

6.       หัวหน้าโครงการติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะก่อนวันงาน

7.       ดำเนินงานโดยอาจารย์ทุกคนที่รับผิดชอบในแต่ละส่วนจะต้องมาอยู่ดูแลนักศึกษาของตนเอง และนักศึกษาที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษทุกรายวิชาในภาคการศึกษาที่ 2 ทุกกลุ่ม

8.       หลังการจัดงานในแต่ละวัน คณะทำงานจะต้องประชุมร่วมกัน เพื่อทบทวนการปฏิบัติงาน (AAR)

9.       หัวหน้าโครงการสรุปผลการประเมินการจัดโครงการเสนอต่อผู้อำนวยการสถาบันภาษา โดยใช้ข้อมูลจาก AAR ของคณะทำงานแต่ละกลุ่ม และการประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา            แบบออนไลน์

 แนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)

หลักการ/ความเป็นมา

          การเรียนรู้เชิงรุกคือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายจาก

การลงมือกระทำกิจกรรมที่หลากหลาย ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ได้กระทำ อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้กับผู้เรียนคนอื่นๆ 

ลักษณะสำคัญของการเรียนรู้เชิงรุก

ประกอบด้วย สถาบันภาษาได้นำแนวทางการเรียนรู้เชิงรุกดังกล่าวทั้งหมดมาใช้เป็นหลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาอังกฤษของสถาบันฯ

1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้หลายรูปแบบและท้าทาย เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการมีส่วนร่วมและ

   เกิดความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม

2. การจัดสภาพการเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกันและระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน

3. การพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร และทักษะการคิดแบบต่างๆ

4. การลดบทบาทของผู้สอนในการให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้เรียนโดยตรงแต่ให้มุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจแก่ผู้เรียน

เป้าหมายของการดำเนินงาน

1.  เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ (English Language Skills) ของผู้เรียน

2.  เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (Thinking Skills) ของผู้เรียน

3.  เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน (Work/Process Skills) ของผู้เรียน

4.  เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้สื่อสารกับชาวต่างชาติในสถานการณ์จริง

กระบวนการ/ขั้นตอน

1.  ผู้อำนวยการสถาบันภาษาให้นโยบายการจัดการเรียนรู้เชิงรุกกับอาจารย์ทุกคน

2.  ผู้ประสานงานรายวิชาร่วมกับอาจารย์ผู้สอนประชุมร่วมกันเพื่อ

2.1 ระดมสมองเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกทั้งในและนอกชั้นเรียน โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละวิชาทั้งนี้ มีการนำข้อมูลที่สรุปได้จากการประเมินผลการจัดการเรียนการ        สอนและการจัดกิจกรรม/โครงการ ในครั้งก่อนมาประกอบการระดมสมอง

2.2 ออกแบบรายละเอียดของการจัดกิจกรรม/โครงการ ซึ่งต้องพิจารณาเกี่ยวกับ

- วัตถุประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละกิจกรรม

- ขอบเขตของเนื้อหาที่ต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้

 - ลักษณะการจัดกิจกรรมและข้อกำหนดที่ต้องการให้ผู้เรียนปฏิบัติ

 - การแบ่งสัดส่วนคะแนนในประมวลรายวิชา

 - ระยะเวลาในการทำกิจกรรม

 - วิธีการวัดผล

2.3  สร้างเกณฑ์ (Rubrics) ในการประเมินผลการปฏิบัติซึ่งเป็นการวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ในประเด็นต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งผู้เรียนจะได้รับทราบเกณฑ์การประเมิน         ผลดังกล่าวก่อนล่วงหน้าเพื่อเป็นการเตรียมตัวในการได้รับการประเมิน

2.4  สร้างแบบฟอร์ม After Action Review—AAR เพื่อให้ผู้เรียนใช้ในการทบทวนการปฏิบัติงาน หรือหลังการทำกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อสะท้อนความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ตนได้เรียนรู้ ปัญหาหรืออุปสรรค และคิดวิธีการพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองให้ดีขึ้นในการทำกิจกรรมครั้งต่อไป

3. เสนอประมวลรายวิชาต่อรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและวิจัย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของ  กิจกรรมการเรียนรู้ และปรับแก้ไขตามคำแนะนำของรองผู้อำนวยการ

4. เสนอประมวลรายวิชาที่ปรับแก้ไขแล้วต่อผู้อำนวยการสถาบันภาษาเพื่ออนุมัติใช้

ผลประโยชน์ที่ได้รับ

1.ผู้เรียนได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

2.ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการคิดรูปแบบต่างๆที่จำเป็นต่อการเรียนและการทำงาน

3.ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีเรียน (Learn How to Learn) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

4.การเรียนรู้มีความหมายต่อผู้เรียนจากการที่ได้สะท้อนความคิดเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายของสิ่งที่ได้เรียน ตลอดทั้งปัญหา อุปสรรค และวิธีแก้ไข ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนิน    ชีวิตได้

ความโดดเด่นของการนำไปขยายผลกับหน่วยงานอื่น

1.   ผู้อำนวยการสถาบันภาษาได้นำเสนอหลักการการเรียนรู้เชิงรุก และได้สาธิตการทำกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับอาจารย์คณะอื่นๆในโครงการ CoPTeaching ครั้งที่ 1 ของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้เผยแพร่ความรู้ดังกล่าวในเว็บไซต์ของสำนักประกันคุณภาพการศึกษา

2.   ผู้อำนวยการสถาบันภาษาได้ช่วยสร้างเกณฑ์ประเมินผล Rubrics ให้กับกิจกรรมการแข่งขัน Public Speaking Contest ของคณะบัญชี เนื่องในงาน BU Accounting Day

3.    ผู้อำนวยการสถาบันภาษาในฐานะเป็นวิทยากรรับเชิญได้เสนอแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนา Rubrics และ AAR ในการประชุมสัมมนา เรื่อง ทิศทางการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของโลกปัจจุบันในโครงการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่องการปฏิรูปการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีความสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยนเรศวร